งาน หางาน สมัครงาน
ลืมรหัสผ่าน
        สมัครสมาชิก ประกาศงาน ฟรี
หน้าแรก สมัครสมาชิก ตำแหน่งงานว่าง ใบสมัครงาน ประกาศงานว่าง ฟรี ติดต่อเรา
คำถามที่พบบ่อย?  
 
 

   

ช่างเทคนิคเครื่องกล
  กลุ่มที่ 1 บุคลิกภาพแบบจริงจังไม่คิดฝัน นิยมความจริง (Realistic)
ชื่ออาชีพ
  ช่างเทคนิคเครื่องกล, ช่างเทคนิควิศวกรรมเครื่องกล Mechanical Engineering Technician
รหัสอาชีพ
  8-45.10 (TSCO) 3115(ISCO)
นิยามอาชีพ
  ผู้ปฏิบัติงานอาชีพนี้ ได้แก่ ผู้ทำงานทางเทคนิคภายใต้การแนะนำ และควบคุมของวิศวกรเครื่องกล หรือทำงานทางเทคนิคเกี่ยวกับการออกแบบการสร้าง การติดตั้ง และการใช้อุปกรณ์วิศวกรรมเครื่องกล รวมถึงการออกแบบการใช้การพัฒนา และการทดสอบอุปกรณ์เครื่องกล ตรวจสอบปัญหาต่างๆ ที่เกี่ยวกับเทคโนโลยีของโรงงาน ซึ่งเป็นงานที่ต้องการผู้มีความรู้ทั้งภาคทฤษฎี และภาคปฏิบัติเกี่ยวกับทางเทคโนโลยีทางวิศวกรรมเครื่องกลขั้นสูงพอที่จะสามารถแก้ไขปัญหาต่างๆ ในการทำงานได้ อาจควบคุมช่าง และคนงานอื่นๆ ที่ทำงานเกี่ยวกับการผลิต การติดตั้ง และการใช้โรงจักรกล และอุปกรณ์ต่างๆ
ลักษณะของงานที่ทำ
  อาชีพช่างเทคนิคเครื่องกล ได้จัดระดับงานเป็น 2 ระดับ ดังนี้

งานระดับช่างฝีมือ ปฏิบัติงานเกี่ยวกับ การอ่านแบบ เขียนแบบเครื่องกล แบบโครงสร้างผังโรงงาน งานเขียนแบบสั่งงานและกำหนดขนาดงานซ่อม และสร้างชิ้นส่วนเครื่องมือกลตามแบบที่กำหนด โดยการทำงานตั้งแต่การร่างแบบการเจาะ การคว้าน การกลึงการไส การกัด การเจียระไนราบ การเจียระไนกลม การประกอบปรับฟิตชิ้นส่วนเครื่องกลตามคู่มือติดตั้ง บำรุงรักษาเครื่องมือ เครื่องจักร ตรวจสอบค้นหาข้อบกพร่องของเครื่องจักรชนิดต่างๆ ซ่อมสร้างชิ้นส่วนที่ชำรุดด้วยเครื่องมือกล

งานระดับช่างเทคนิค
ปฏิบัติงานในลักษณะผู้ควบคุมงาน ผู้ช่วยวิศวกร หรือทำงานภายใต้การแนะนำของวิศวกร เป็นงานเกี่ยวกับการออกแบบเขียนแบบ การสร้าง หรือซ่อมชิ้นส่วน และเครื่องมือแม่พิมพ์ตัด แม่พิมพ์ขึ้นรูป แม่พิมพ์พลาสติก อุปกรณ์จับยึดอุปกรณ์จับเจาะด้วยวิธีการเจาะ คว้าน กลึง ไส กัดเจียระไนด้วยเครื่องมือกลอัตโนมัติ หรือเครื่องมือกลซีเอ็นซี และการทำงานในห้องทดลอง หรือห้องตรวจสอบวัสดุ การวางแผน การวางระบบบำรุงรักษาเชิงป้องกัน และระบบการซ่อมแซม เครื่องจักรที่เสียหาย ตรวจสอบ ค้นหา วิเคราะห์ ข้อบกพร่องเครื่องจักรกลชนิดต่างๆ
ผู้ประกอบอาชีพนี้ ปฏิบัติงาน ดังนี้

1. ตรวจสอบข้อสั่ง และชี้แจงโครงการ และแบบพิมพ์เขียวเพื่อกำหนดรายละเอียด วิธีดำเนินการ อุปกรณ์ที่ใช้ และปัญหาที่จะทำการทดสอบเกี่ยวกับชิ้นส่วนซึ่งออกแบบใหม่ การเปลี่ยนวัสดุ หรือชิ้นส่วน หรือการจัดชิ้นส่วนขึ้นใหม่ หรือการประกอบย่อย
2. เขียนรูปแบบแสดงรายละเอียด หรือเขียนภาพสเก็ตซ์เพื่อกำหนดสัดส่วน
3. อำนวยการยกตั้ง และติดตั้งเครื่องจักร และอุปกรณ์เครื่องกลอื่นๆ ซึ่งโดยปกติเป็นเครื่องมือเครื่องจักรขนาดหนักในสถานที่ที่ใช้งาน
4.เตรียมฐานสำหรับวางเครื่องจักร โดยใช้เครื่องวัดต่างๆ ตรวจสอบให้แน่ว่าการติดตั้งเป็นไปอย่างถูก ต้องแล้ว
5. เคลื่อนย้ายเครื่องจักร หรือส่วนของเครื่องจักรด้วยกว้าน ลูกรอก รถบรรทุก และเครื่องทุ่นแรงอื่นๆ
6. วางส่วนต่างๆ ตามตำแหน่ และประกอบขึ้นเป็นเครื่องจักร
7. วางแนวเพลาของเครื่องจักร หรือระบบการส่งพลังงานอื่นๆ
8. ตรวจสอบเครื่องจักร และปรับเท่าที่จำเป็นเพื่อให้เครื่องจักรทำงานอย่างมีประสิทธิภาพ
9. เปลี่ยนผังของเครื่องจักร และเปลี่ยนเครื่องจักรตามความต้องการ
10. ซ่อมเครื่องจักร และอุปกรณ์เพื่อให้คงอยู่ในสภาพที่ทำงานได้
11. งานเกี่ยวกับการติดตั้งซ่อม บำรุงรักษาเครื่องมือ เครื่องจักร และอุปกรณ์ในโรงงาน อุตสาหกรรม ซึ่งประกอบด้วยงานควบคุมระบบการบำรุงรักษาเชิงป้องกัน
12. งานตรวจสอบค้นหาข้อบกพร่องของเครื่องจักรกล งานถอดประกอบชิ้นส่วนเครื่องจักรกล
13. งานซ่อมสร้าง ชิ้นส่วนที่ชำรุดเสียหายด้วยการใช้เครื่องมือกล
สภาพการจ้างงาน
  ช่างเทคนิคเครื่องกลที่สำเร็จการศึกษาระดับประกาศนียบัตรวิชาชีพ ประกาศนียบัตรวิชาชีพชั้นสูง ที่ไม่มีประสบการณ์จะได้รับเงินเดือนโดยประมาณ ดังนี้

วุฒิการศึกษา ราชการ เอกชน
ประกาศนียบัตรวิชาชีพ 4,700 4,500 - 5,500
ประกาศนียบัตรวิชาชีพชั้นสูง 5,740 5,500 - 6,500

สำหรับงานเอกชนนั้น อัตราเงินเดือนขึ้นอยู่กับความสามารถ ความชำนาญงาน และวุฒิการศึกษาของแต่ละบุคคล นอกเหนือจากเงินเดือนและค่าจ้างประจำแล้ว อาจได้รับผลประโยชน์พิเศษอย่างอื่นในรูปของสวัสดิการต่างๆ เช่น ค่ารักษาพยาบาล ค่าเล่าเรียนบุตร โบนัส บำเหน็จ บำนาญ
ผู้ปฏิบัติงานอาชีพนี้ทำงานสัปดาห์ละ 40 ชั่วโมง อาจจะต้องทำงานวันเสาร์ วันอาทิตย์ และวันหยุด หรือต้องทำงานล่วงเวลาในกรณีที่ต้องการให้งานติดตั้งหรือซ่อมบำรุงเครื่องจักรให้ทันการใช้งาน
ช่างเทคนิคเครื่องกล สามารถประกอบอาชีพอิสระ เช่น รับซ่อม และสร้างชิ้นส่วนจักรกล เครื่องมือกล โดยใช้เครื่องมือกลต่างๆ หรือรับราชการ/รัฐวิสาหกิจ เช่น กรมโยธาธิการ กรมชลประทาน การประปาฯ การไฟฟ้า เป็นต้น
สภาพการทำงาน
  ผู้ปฏิบัติงานอาชีพนี้ทำงานทั้งใน และนอกสถานที่ทำงานในการตรวจ ซ่อม และบริการ การดูแล และซ่อมบำรุงเครื่องจักรในงานอุตสาหกรรม สภาพการทำงานหนักปานกลางต้องใช้ความ อดทนต่อสภาพความร้อน เสียง กลิ่นของสารเคมี ทำความสะอาดอุปกรณ์ และบางโอกาสทำงานตามลำพังต้องใช้ความระมัดระวัง และรอบคอบสูงพอสมควร เพื่อป้องกันการเกิดอุบัติเหตุ จากการทำงาน และบางครั้งต้องทำงานเกินเวลา
คุณสมบัติของผู้ประกอบอาชีพ
  คุณสมบัติของผู้ประกอบอาชีพ มีดังนี้
1. สำเร็จการศึกษาระดับประกาศนียบัตรวิชาชีพ และประกาศนียบัตรวิชาชีพชั้นสูง
2. มีร่างกายแข็งแรงสามารถทำงานหนักได้
3. มีความคิดริเริ่มสร้างสรรค์ ชอบการคิดคำนวณ และงานทดลอง
4. มีความเป็นผู้นำ มีมนุษยสัมพันธ์ดี
5. มีความเชื่อมั่น แก้ปัญหาเฉพาะหน้าได้ดี
6. มีความละเอียดรอบคอบ ชอบการบันทึก
7. สามารถวิเคราะห์ และตัดสินใจแก้ปัญหาที่เกิดจากการทำงานได้
ผู้ที่จะประกอบอาชีพนี้ ควรเตรียมความพร้อมดังต่อไปนี้: สำหรับในระดับช่างฝีมือต้องสำเร็จการศึกษาระดับประกาศนียบัตรวิชาชีพ (ปวช.) ประเภทวิชาช่างอุตสาหกรรม สาขาวิชาช่างกลโรงงาน จากสถานศึกษาสังกัดกรมอาชีวศึกษา หรือสถาบันเทคโนโลยีราชมงคล
ส่วนผู้ที่จะเป็นช่างเทคนิคต้อง สำเร็จการศึกษาระดับประกาศนียบัตรวิชาชีพชั้นสูง (ปวส.) ประเภทวิชาช่างอุตสาหกรรม สาขาวิชาเทคนิคการผลิต จากสถานศึกษาสังกัดกรมอาชีวศึกษา หรือสาขาวิชาช่างกลโรงงานจากสถานศึกษาสังกัดสถาบันเทคโนโลยีราชมงคล หรือสาขาวิชาช่างกล โรงงาน (แม่พิมพ์) จากวิทยาลัยเทคโนโลยีอุตสาหกรรม สถาบันเทคโนโลยีพระจอมเกล้าพระนครเหนือ
โอกาสในการมีงานทำ
  แนวโน้มสำหรับแหล่งจ้างงานช่างเทคนิคเครื่องจักรกลโดยทั่วไป เช่น สถานประกอบการ อุตสาหกรรม หรือหน่วยงานราชการ และรัฐวิสาหกิจ ถึงแม้ว่าภาวะวิกฤติเศรษฐกิจที่ประเทศกำลังประสบปัญหาอยู่ทำให้การลงทุนเพื่อขยายตัวในภาคอุตสาหกรรมชะงักไป แต่ความต้องการแรงงานทางด้านช่างเทคนิคเครื่องจักรกลยังคงมีอยู่ และเพิ่มขึ้นเรื่อยๆ เนื่องจากยังมีงานการซ่อมบำรุงเครื่องจักรที่ยังมีความต้องการช่างเทคนิคอยู่อีกมากในภาคอุตสาหกรรม
เมื่อภาวะเศรษฐกิจดีขึ้น ภาคอุตสาหกรรมภายในประเทศที่กำลังอยู่ระหว่างการพัฒนาจะกลับฟื้นตัวและขยายการลงทุนขึ้นอีก ฉะนั้น งานช่างเทคนิคเครื่องกลก็ยิ่งกลับมาเป็นที่ต้องการในตลาดแรงงานอีกมากขึ้น ตามอัตราการขยายตัวของสถานประกอบกิจการอุตสาหกรรม
โอกาสความก้าวหน้าในอาชีพ
  ผู้ประกอบอาชีพช่างเทคนิคที่มีประสบการณ์และความชำนาญ จะได้เลื่อนตำแหน่งขึ้นไปจนถึงระดับหัวหน้างาน และสำหรับผู้ที่สนใจที่จะศึกษาต่อเพื่อปรับวิทยฐานะให้สูงขึ้นเพื่อประโยชน์ ในการประกอบอาชีพต่อไป มีแนวทางในการศึกษาต่อ ดังนี้
1. สำเร็จการศึกษาระดับประกาศนียบัตรวิชาชีพ(ปวช.) ศึกษาต่อ
1.1 ระดับประกาศนียบัตรวิชาชีพชั้นสูง (ปวส.) หลักสูตร 2 ปี ประเภทวิชาช่างอุตสาหกรรม สาขาวิชาช่างเทคนิคการผลิต (งานเครื่องมือกลงานชิ้นส่วนเครื่องจักรกล งานแม่พิมพ์โลหะ งานแม่พิมพ์พลาสติก) ในสถานศึกษาสังกัดกรมอาชีวศึกษา หรือสถาบันเทคโนโลยีราชมงคล หรือวิทยาลัยเทคโนโลยีอุตสาหกรรมสถาบันเทคโนโลยีพระจอมเกล้าพระนครเหนือ
1.2 ระดับปริญญาตรี หลักสูตร 4 ปีสาขาวิชาวิศวกรรมสิ่งทอในคณะวิศวกรรมศาสตร์ สถาบันเทคโนโลยีราชมงคล หรือสาขาวิชาวิศวกรรมเครื่องกลสาขาวิชาวิศวกรรมอุตสาหการในสถานศึกษาสังกัดทบวงมหาวิทยาลัย เช่น มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ มหาวิทยาลัยขอนแก่นมหาวิทยาลัยเชียงใหม่ มหาวิทยาลัยอุบลราชธานี เป็นต้น
2. สำเร็จการศึกษาระดับประกาศนียบัตรวิชาชีพชั้นสูง (ปวส.) ศึกษาต่อ
2.1 ระดับปริญญาตรีต่อเนื่อง 3 - 3 ปีครึ่ง สาขาวิชาวิศวกรรมเครื่องกลในคณะวิศวกรรมศาสตร์ หรือสถานศึกษาสังกัดสถาบันเทคโนโลยีราชมงคล
2.2 ระดับปริญญาตรีต่อเนื่อง 2-3 ปี สาขาวิชาวิศวกรรมเครื่องกล สาขาวิชาวิศวกรรม อุตสาหการเครื่องมือกล สาขาวิชาวิศวกรรมอุตสาหกรรมการ วัสดุอุตสาหกรรม คณะศาสตร์อุตสาหกรรม ในสถานศึกษาสังกัดสถาบันเทคโนโลยีราชมงคล
2.3 ระดับปริญญาตรีต่อเนื่อง 2-3 ปี สาขาวิชาเทคโนโลยีเครื่องกลในวิทยาลัยเทคโนโลยี อุตสาหกรรม สถาบันเทคโนโลยีพระจอมเกล้าพระนครเหนือ
อาชีพที่เกี่ยวเนื่อง
  ช่างเทคนิคเครื่องยนต์ วิศวกรเครื่องจักรกล
แหล่งข้อมูลอื่น ๆ
  หนังสือพิมพ์ที่ลงข่าวความต้องการช่างเทคนิค
สถาบันการศึกษาภายในสังกัดกรมอาชีวศึกษา
กรมพัฒนาฝีมือแรงงาน
การจัดประเภทมาตรฐานอาชีพ (ประเทศไทย)

   

กลุ่มที่ 1 บุคลิกภาพแบบจริงจังไม่คิดฝัน นิยมความจริง (Realistic) อาทิเช่น ช่างฟิต วิศวกรโยธา ฯลฯ
กลุ่มที่ 2 บุคลิกภาพแบบที่ต้องการใช้เชาว์ปัญญา (Investigative) อาทิเช่น เภสัชกร นักวิเคราะห์การตลาด ฯลฯ
กลุ่มที่ 3 บุคลิกภาพแบบมีศิลปะ (Artistic) อาทิเช่น ผู้สื่อข่าว ภูมิสถาปนิก ฯลฯ
กลุ่มที่ 4 บุคลิกภาพแบบที่ชอบสมาคมสังคมกับบุคคลอื่น (Social) อาทิเช่น ครู อาจารย์ ช่างเสริมสวย ฯลฯ
กลุ่มที่ 5 บุคลิกภาพแบบกล้าคิดกล้าทำ (Enterprising) อาทิเช่น ทนายความ พนักงานขาย ฯลฯ
กลุ่มที่ 6 บุคลิกภาพที่ทำตามระเบียบแบบแผน (Conventional) อาทิเช่น เจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัย เลขานุการ ฯลฯ

ข้อมูลจาก กองส่งเสริมการมีงานทำ กรมการจัดหางาน

 
ติดต่อสอบถาม webmaster@jobsawasdee.com  

Menu   Link www.jobsawasdee.com Copyright ©2013
 หน้าแรก  สมัครสมาชิก  www.jobnorththailand.com  
 ตำแหน่งงานว่าง  ติดต่อเรา  www.jobesan.com
 ใบสมัครงาน    www.jobtai.com